Lipp` 的个人资料`LiPP` ○ Space -照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
11月27日 รังสรรค์ ไปกับ อารยธรรมอารมณ์เสียเลวร้ายมาก แม่ง!!!!
มันแย่มาก มันทำให้ข้าพเจ้าไม่พอใจโคตร เซงโคตร
ไม่สามารถอธิบายเป็นตัวหนังสือได้เลย แม่งๆๆๆๆๆ
วันนี้เป็นวันที่เขาจะฉลองที่ให้ลูกสาวอายุเพียงสิบเก้าที่มีลูกคนแรกเป็นผู้ชาย [กูรับไม่ได้อีกแล้ว มึงสิบเก้าเองนะเว้ย]คือตัวลูกสาวมันเองอยาก
จะจัดฉลองของมันเอง พ่อแม่มันไม่ได้จัดฉลองให้มัน [ซึ่งนำหายนะมาให้แก่เรา] เราอ่ะนะ ได้ยินแล้วแอบชอคไปแปปนึง แต่ตอนนี้เราก็เฉยๆแล้วหละ เพราะ
หลังจากที่เราได้ซึมซับวัฒนธรรม ที่ไร้ซึ่งอารยธรรม มาอย่างเต็มเปี่ยมเป็นเวลาหนึ่งไตรมาส ทำให้เราสรุปข้อเท็จจริงอย่างนึงได้ว่า มันจูบกันอย่างเมามันกลาง
ที่สาธารณชน ได้อย่างไม่เหนี่ยมอาย ซึ่งถ้าหากเปรียบกับที่เมืองไทยแล้ว การจูบอย่างเมามันของมัน [เน้นว่าเมามัน]อาจจะเหมือนเดินจับมือกัน และแอบสบ
สายตาคู่รัก ของเรา มาแรกๆแอบ เจริญหูเจริญตา แต่พักหลังๆ จะเริ่มมีการรู้สึกว่าเกะกะ ขวางทางชาวบ้าน กูวิ่งเข้าห้องเรียนไม่ทัน ถ้ากูเข้าห้องสายจะให้กูไป
ร้องเรียนกะคร้ายวะฮะ แม่ง กลับมาที่การจูบต่อ การจูบอย่างเมามันนั้น จะพบเห็นได้ตามท้องที่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น กลางทางเดินหลักในโรงเรียน ตามขั้นบันได
ตามตู้ขายขนมทั่วไป บวกกะ สิ่งที่มันทำกันเป็นกิจจะลักษณะ ซึ่งก็ไม่ได้น่าชื่นชมอะไรเลย มาแรกๆแทบจะตาย [มึงนี่ก็แรดจิง ทำตัวอย่างกะ สังกัดอยู่
กระทรวงวัฒนธรรม]
กลับมาที่หายนะก่อน ไอกิจกรรมสังสรรค์ดีใจของมันเนี่ย เราก็โอเคเพราะเราเองก็ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรแบบนี้มาก่อน แต่ว่าเขาบอกว่ากิจกรรม
นี้สำหรับสตรีเท่านั้น [คือกูจะร่วมไปแอบแสดงความดีใจที่มึงมีลูกด้วยไม่ได้ใช่ไหมเนี่ยฮะ] เราก็เฉยๆเพราะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรกับมันสักเท่าไหร่ คือมันมีลูกตั้ง
กะสิบเก้าแล้วอีกหกเจ็ดสิบปีที่เหลือของชีวิตมันจะมีอนาคตอันสดใสไหมวะเนี่ย เศร้าเเทน ส่วนบุรุษท่านอื่นๆในบ้าน เขาก็ต่างทำใจ จะออกจากบ้านไปแต่โดยดี
เราก็เลยไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แน่หละ ข้าพเจ้าไม่ใส่กางเกงขาสุดสั้นกับเสื้อ ยืดไซส์พอๆกับผ้าคลุมเตียง ออกจากบ้านแน่ๆ เราก็เดินขึ้นไปข้างบนไปเอากระเป๋า
สะพาย เราก็เกิดอาการฉิบหายขึ้น แอบคิดในใจว่า "ไอเวรรตะไล จะช่วยบอกกูหน่อยได้ไหมว่าจะจัดบ้านใหม่" โต๊ะคอม โนตบุคเรามันก็ย้ายไปไหนหมดก็ไม่รู้
เรานะเซงแล้วหละ ความเวรตะไลของมันยังทำคะแนนนำโด่งอย่างไม่หยุดยั้งใส่เรา มันเอาทุกอย่างของเราเนี่ยไปกองไว้ในมุมห้องเกบของ เเละมันก็เอา
ทุกอย่างทั้งของมันและของเรายัดลงไปในกระเป๋าสะพายของเรา มันยัดโนตบุค แท่นชาร์ต ขยะ กล่องขนม ปลั๊กเปลิก ซากโน่น ซากนี้ยัดลงไปหมดเลย ไม่
เว้นแม้กระทั่งถุงเท้าที่ใส่แล้วลงไป เรานะโกรธก็โกรธ ผิดหวังก็ผิดหวัง ตอนนั้นอยากจะหาไอตัวคนทำแล้วถีบประจารหรือจะแหกปากด่าก็ไร้อารยธรรมอีก
เรานะต้องเอาของทุกอย่างออกจากกระเป๋าที่ละชิ้น หยิบออกมาแต่ละชิ้นเนี่ย ความรู้สึกมันทวีทวีคูณ อธิบายกันเป็นตัวหนังสือไม่ได้เลย แอบนั่งทำใจอยู่สัก
แปปนึง ตรงกองซากขยะนนั้นแหละ กูอยากจะบอกว่าถ้ามึงมาสร้างสรรค์กะคนอื่นแบบนี้นะ มึงตายแน่ๆไม่ได้เกิดกันหรอก และถ้ามันเป็นเมืองไทย ข้าพเจ้าจะ
รีบเอาของที่มึงรังสรรค์มายัดใส่กระเป๋ากูเนี่ย ไปรังสรรค์ใส่กระเป๋าของมึงแทนแล้วเอาไปโยนไว้ในถังขยะหน้าบ้าน พอมึงมาบรรดาลโทสะใส่กู กูจะถามอย่าง
เมตตาว่า มึงรู้สึกร่าเริงเวลามึงมีขยะเต็มกระเป๋ารึเปล่า [แต่มันก้ได้แค่เพ้อเจ้อหละวะ ใช่เมืองบ้านเกิดเมืองนอนของเราซะที่ไหนหละ]
หลังจากที่เราทำใจให้สงบข้างกองซากขยะได้แล้ว เราก็เอากระเป๋ามาสะพายแล้วก็เตรียมตัวออกไปข้างนอก โฮสมันบอกเราไว้ว่า จะไปเที่ยว ห้างแล้วก็ไปกินอาหารจีนกัน เราก็ว่ามันสร้างสรรค์ดี ไปไปมามา เลี้ยวรถเข้าโรงหนังกันซะงั้น เราก็อารมณ์ไม่ค่อยจะดีแล้วหละ แม่งวะมึงอยากจะไปดูหนังก้อ
เลี้ยวรถซะงั้น กูเออ ออ เอากะแม่ง [ตอนนั้นข้าพเจ้าจะบอกว่า ถ้ามึงจะไปโบกปูนกัน ข้าพเจ้าก็โอเค เพราะเซงแล้ว] มันก็ไปดูหนัง โรงสภาพเดียวกับรังหนู
เรานะไม่พอใจแล้วหละ ตอนนี้โมโหมาก นอกจากเอาขยะมายัดเป้กูแล้ว ยังจะอุตส่าห์สร้างสรรค์อยากให้กูได้พบกับประสบการ์ณใหม่โดยพากูไปดู
หนังโรงรูหนูอีกแม่ง! แต่ก่อนจะเข้าไปในโรงโฮสก็บอกว่า ตัวโฮสหิวมากเราอาจจะไปกินอาหารจีนกัน ยังจะอุตส่าห์มาให้ความหวังกูอีก [เราก็ปลงแล้วหละ
จิตล่องลอยไปแล้วจะเอาอะไรก็เอา] พอดูหนังเสร็จโฮสก็บอกเรามาว่ามันหิวมาก เราเลยถามว่าจะกินอะไรกันดี มันตอบลิปว่ามันไม่รู้ อาจจะเป็นพิซซ่าสักชิ้น
สองชิ้น เรานะ แม่งเอ้ยยย แสดดด จะอะไรมากมายวะ คือเรานะป่าวประกาศให้คนทั่วโลกแทบจะรู้กันหมดแล้วว่า กูเกลียดพิซซ่า มันก้ไปซื้อพิซซ๋าถาดใหญ่
ในราคา 5 ดอลล่าห์ ลองนึกสภาพดู พิซซ่าถาดใหญ่ราคาร้อยกว่าบาทเนี่ยมันสภาพเป็นยังไงหนะหรอ ลองนึกถึงซากโบราณจารึกทางประวัติศาสตร์ดู ใช่เลย
รูปร่างจะประมาณเดียวกัน[ถ้านึกไม่ออก ก็ไม่แปลกหรอกฮา] เอาเป็นว่ามันไม่น่าลิ้มลองสุดๆ ยังจะแม่งอยากจะเล่าความรู้สึกตอนนี้มากๆ เพราะอธิบายกันด้วย
ตัวอักขระอักษรไม่ได้ อึดอัดมาก
เซง เซง เซง เซง แม่ง แม่ง อึดอัด อึดอัด อึดอัด แม่ง..ม่ง..ง.ๆๆๆๆ
**ถึงทุกทุกคน ตอนนี้เราคิดถึงทุกคนโคตร ปกติก็คิดถึงอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มากพิเศษ เครียด เซง เศร้า ชีวิตล่องลอย อยากกลับบ้านว่ะ***
11月26日 ทำไมมันต้องดำมืดด ขนาดนี้ด้วยวะฮะทำไมมันต้องดำมืดดด ขนาดนี้ด้วย
แน่นอนหละ มันต้องไม่ใช่เรื่องสังสรรค์ร่าเริงแน่ๆ
ไม่ใช่ชัวร์ๆๆๆๆ
เราจะมาเล่าต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว หลังจากที่เราได้จบเทศกาลกินไก่งวง อย่างสนุกสนาน แถมขนมรสมะนาวมิ้นท์ ผสมตั้งฉ่ายกันถามว่า
แหวะไหมนะเหรอ เกือบจะล้วกคอเอาออกมาจากกระเพราะกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็มีกิจกรรมให้เล่นกันเลกน้อยซึ่งเราก็ตามปกติ เราก็แอบร่วมกิจกรรมซึ่ง
ยังไม่รู้เลยว่ากิจกรรมอะไร แต่มันก็เป็นอย่างที่หวังแหละ มันคือกิจกรรมสุดสร้างสรรค์ซึ่งทุกคนจะเขียนคำขอบคุณ ว่าเราต้องการจะขอบคุณอะไร เสร็จแล้ว
ก็มาทายกันว่าใครเขียน [สร้างสรรค์ยังไงมิทราบ]ซึ่งเราไม่ได้รู้สึกสนุกสนานกับกิจกรรมนี้เท่าไหร่ เพราะกุตอบไม่ได้ ก็ทุกท่านเล่นขอบคุณถึงพระเจ้ากัน
หมด กุจะตอบด้ายม้ายฮะ แต่พวกมันกันเองทายกันถูกด้วยแฮะ ข้าพเจ้าอยากรู้ว่า จะไปฝึกความสามารถระดับเทพๆแบบนี้กันที่ไหน[คือเราไม่รูว่าควรจะขอบ
คุณอะไรยังไง เราก็เขียนไปว่า ขอบคุณไก่งวงกับมันฝรั่ง มันคงคิดว่าไอนี่ล้าวลาว และแอบสาบเเช่งบรรพบุรุษข้าพเจ้าอยู่เป็นแน่แท้] ทันไดก็มีเสียงโทรศัพท์
ดัง ขึ้นระหว่างที่เล่นกิจกรรมขอบคุณพระเจ้าทำให้ บางคนมีความไม่พอใจเกิดขึ้น ประมาณว่าเสียงอะไรนั้นที่มารบกวนการสัมนา กลยุทธผลิกแพลงเงินตรา
ระหว่างประเทศ เป็นอย่างยิ่งอะไรทำนองนั้น เราเองก็ทำเปนขำไม่พอใจด้วย ซึ่งจริงๆแล้วมันคือมือถือข้าพเจ้าเอ้ง เออ ออ ห่อหมกเป็นที่สุด
ซึ่งยังไงเราก็ต้องแอบดีใจกันเปนที่แน่นอน เพราะว่า สามสี่ชาติจะมีคนโทรเข้ามาที่มือถือที แต่สุดท้ายความลับที่เนียนไว้ ได้สักพักมันก็
แตก เพราะว่า คนที่โทรเข้ามือถือเรานั้นมีความพยายามอย่างสูงส่งเพื่อที่จะติดต่อเรา บุคคลผู้นั้นจึงรีบโทรเข้ามาที่โทรศัพท์บ้าน เอาเป็นที่ว่ามันทำให้ทุกคน
รู้ว่าเสียงรบกวนสัมนาของมัน นั้นมาจากโทรศัพท์ของใคร เพราะว่าเขาขอสายเรา เราก็คุยๆๆ หัวข้อก็คือว่า "ลิปสนใจจะมาห้างกับเราไหม" ส่วนคำตอบของ
เราก็แน่นอนหละ ไปชัวร์!! ไปเที่ยวกับไร้สาระเนี่ย รวมกัน มันคือเราใช่ไหมเนี่ย เครียด [มึงไม่ต้องมาแอบเห็นด้วยกะกูเลยนะ ]
เท่านั้นแหละ ก็แหม่อุตส่าห์มีคนชวนเราไปเที่ยวทั้งที มันชื่นใจ ความรู้สึกเราเหมือนได้หลุดพ้น จุติ มีสายรุ้ง ลูกโป่ง กระต่ายโป๊เป็ดนรก
ว่อนเตมบ้านไปหมดเลย [สื่อถึงความสุขนะไม่ใช่ลูกโฮส] เรานะมีความสุขโคตร เราก็รีบไปขอ โฮสจะไปเที่ยวเป็นที่เรียบร้อย เล่นเอม อัพสเปซ
อย่างมีความสุข และหลับฝันดี[ฝันรึเปล่า จำไม่ได้หรอกนะ ยากจะหยั่งรู้เหมือนกัน]
เราก็รีบตื่นมา ประมาณเก้าโมง และแล้วก็มีเสียงโทรศัพท์จากหญิงสาวสุดแกร่ง โทรเข้ามาหาเรา แล้วบอกว่า "เราทุกคนกำลังจะกลับบ้านกับตอน
เที่ยงแล้วลิปอยู่ไหนเนี่ยไหนบอกว่าจะมาสิบโมง" อ้าว ตายหอง ข้าพเจ้าไม่เหนรู้เลยว่าพวกท่านจะกลับกันตอนเที่ยง บางคนอาจจะสงสะยว่า ไม่รู้ได้ยังไง
โง่จริงๆ คือเรารู้แล้วแหละแต่ผิดข้อมูลเพราะ เวรแซลลี่มันบอกว่าพวกท่านจะเที่ยวกันทั้งวัน กุว่าแล้ว คุณแซลลี่เนี่ยนะ บางคนที่มาเป็นเด็กแลกเปลี่ยน
อาจจะ ชินกับความเสถียรในการทำงานของเธอแล้ว ซึ่งข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า "จะช่วยทำอะไรให้มันเพอร์เฟคหน่อยจะได้ม้าย" เล่นปล่อยข้าพเจ้า
ทิ้งไว้กลางทุ่งแล้วไม่แยแสอะไรข้าพเจ้าเลย กระทั่งชื่อ โฮสของเรามันยังไม่รู้เลย เอากะม้าน เอากะมัน หลังจากที่เราทราบว่าเราอดไปเที่ยวเป็นแน่แท้นะ
เราเศร้ามากเลยอ่ะ ทำไมมันต้องดำมืดดดด ขนาดนี้ด้วย เศร้าเลย ทำไมวะ ทำไม เราต้องอดไปเที่ยวกะคนไทยด้วยวะ ดำมืดดด จะด่าหมาที่บ้านโฮสมัน
ก็ไม่รู้เรื่องอีก ข้าพเจ้าจึงมากระจายข้อมูลอัพเดทล่าสุด จากใจของข้าพเจ้า ที่ ณ สเปซแห่งนี้ [เวอร์ดีเนอะ]
*พึ่งจะได้ฟังเพลงของ acapella 7 กะเค้ามั่ง ลาวจริงๆเลยเรา แต่ชอบเพลง Dog กะ ปี 1-2-3
[เขาฟังกันจนอ้วกแตกอ้วกแตนไปเมื่อสองชาติที่แล้วมึงเพิ่งจะมาฟังเรอะ ลาวจริงๆด้วย]
**ถึงครอบครัวทุกคน ข้าพเจ้ารักพวกท่านที่สุดในโลกเลยนะ ญาติมิตรชิดใกล้ ชิดไกล ชิดซ้ายและชิดขวา ยังจะรั่วอีกแหนะ ก็รักที่สุดในโลกน้า***
11月24日 ใครไม่อ่านนี่เชยสุดๆ ขอบอกวะฮัพเดทเทศกาล Thanks Giving สุดฮอต เราทำอะไรในเทศกาลกินไก่งวงกันมั่ง
วันนี้เราได้ทำอะไรที่ฮอทสุดเลยคือการขี้เกียจตื่นแบบสุดๆ เพราะเนื่องมาจากเมื่อวานมีอารมณ์คึกคะนอง อารมณ์ว่างจัด อยากอัพ สเปซมากผนวกกับเล่นดอทเอ [ใครอยากจะประลองด้วย ท่านคิดผิดแล้วหละ เพราะกุเล่นยังๆไม่ค่อยเปนเลย] ทำให้เมื่อวานเราได้บรรทมกับเกือบจะตีสี่ แล้วต้องตื่นสิบโมงหนะ ทรมานยิ่งกว่าไปโรงเรียนอีก อะร้ายฟระ มันวันหยุดกุน้า ทำม้าย ทำมาย ต้องมาตื่นแต่เช้าด้วย [ใครสั่งให้แดะบรรทมตอนตีสี่หละฮะ] อย่าให้ผู้ปกครองตัวจริงที่อาศัยอยู่ที่สยามประเทศรู้เชียวนะ หากท่านทราบเราอาจจะไม่ได้กลับประเทศเอาง่ายๆ แต่สุดท้ายเราก็ต้องขุดตัวเองออกมากจาก เตียงจนได้แหละหน่า แล้วเราก็ไปอาบน้ำ เพราะเมือคืนไม่ได้อาบ [โสโครกวะมึง] มาๆๆเราจะเล่ารายละเอียดทีละขั้นตอนว่าระหว่างที่เราอยู๋ในห้องน้ำเราทำ อะไรมั้ง สเตป เริ่มแรก เราก็ปลดผ้าเช็ดตัวออกแล้วก็เปิดฝักบัวปรับระดับน้ำให้พอดีพอเหมาะกับอารมณ์ที่ร่างกายต้องการ ไม่ใช่และ ผิดจุดประสงค์ ผิดจุด ประสงค์หมด กลับมาที่เทศกาลไก่งวงก่อน หลังจากที่เราอาบน้ำร่วมเจ็ดสิบสี่กระบวนท่าเสร็จแล้ว เราก็กะจะไปช่วยโฮสทำตัวให้เป็นประโยชน์เช่นไปเกะกะ ในครัว กินน้ำกินขนม ให้มันล้างจานกันไม่หวัดไม่ไหวแล้ว มึงอย่าโกหกเลยขอร้อง คือจริงๆเราต้องไปช่วยล้างจานหนะ เรานะใช้จานประหยัดมากเพราะ ขี้เกียจล้างมาก เราก็กินหนมไป เล่นเนตไป อัพสเปซไป จะบอกว่าว่างจัด เราก็ทำตัวไร้ประโยชน์ไปจนถึง ประมาณบ่ายสาม แล้วเราก็ลงไปหมักไก่ เพื่อจะทำ ไก่ทอดกระเทียม [เรานะอุตส่าห์เล่าให้ใครต่อใครฟังมีแต่คนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "แน๊กูไม่เชื่อมึงหรอกว่ามึงทำอาหารเป็น" ขอบใจมากเลยพวกมึง] ตอนเราหมักไก่เนี่ยเราก็ชิมไปชิมมารู้สึกว่าขาดรสชาติอะไรต่ออะไรจนหมดปัญญาแก้ปัญหา รสชาติที่ขาดหายไป สุดท้ายก็คือว่าเครียดมาก กูก็ว่ากูใส่เคื่องปรุงครบและนะ เลยเอา ซุปไก่ผง สาดลงไปเลย ไอตอนคลุกแรกๆเนี่ยมันก็หอมดี แต่พอเราคลุกไปคลุกมาซุปไก่ผงมันเริ่มไปผสมกับอย่างอื่น แล้ว กลิ่นไม่น่าอภิรมย์สุดๆ กลิ่นเดียวกับ แบรนด์ซุปไก่สกัดยังไงอย่างงั้นเลย เรานะแหวะมากอ่ะ จริงๆแล้วเรามีปมด้อยตั้งแต่เด็ก คือโดนพ่อบังคับกิน แบรนด์ จำได้ว่าตอนนั้นงี่เง่างอแง ไม่ยอมกิน แต่สุดท้ายก็ต้องกินอยู่ดีนั้นแหละ แล้วจะบอกหาพระกังขาอะไร กลับมาที่ไก่กระเทียมเวรนี่ต่อ เราก็เริ่มเครียด แล้วหละ แต่ด้วยความสามารถอันประเสริฐในการปรุงอาหารแต่กำเนิด ทำให้เรามีความคิดไอเดียแบบเฉียบพลันว่า ปล่อยมันหมักไปนั้นแหละ ยิ่งเติม รสชาติยิ่ง อุบาทว์ ข้าพเจ้าจึงนำ จานกระดาษ มาครอบเอาไว้บน ภาชนะที่หมักไก่เอาไว้ เป็นเวลาสามชั่วโมง แล้วเราก็ทำตัวไร้สาระรอเวลา โดยการไปบรรทม บรรทมไปสักพัก มันก็มีเสียงประหลาดๆดังมากทำให้เรานอนไม่ได้ คือเสียงมันใกล้ตัวเรามากๆ เราเลยตัดสินใจลืมตาตื่นขึ้นมามองที่มาของเสียง พอเรามองเห็นเท่าน้นแหละ มันคือเสียงเวรรตะไล จากไอพวกเดกเวรรตะไล มันมาเปิด การ์ตูน"กระต่ายโป๊กะไอเป็ดนรก"อีกแล้ว แม่งงงง บ้านมึงมีทีวี ตั้งสามตัว ทำไมไม่ไปเปิดตัวอื่นวะ ข้าพเจ้าริอุตส่าห์หนีแอบมานอนข้างบนแล้วว ยังจะแรดมาเปิดทีวีตรงที่กุนอนอีกก แมร่งๆๆ เราก็มารยาทดี ทำตัวไม่เครียด เปิดไอพอด โวลุ่มสุงสุด สู้กะเสียงเป็ดนรก แต่ถึงแม้เราจะเปิด เสียงดังสุดแล้ว ก็แพ้พวกมันอยู๋ดี เพราะมันมี เสียงขำอันเป็นเอกลักษณ์ของมันอยู่ เราเลยยอมแพ้ ไปโดยปริยาย เออแม่ง ไม่นอนก็ได้วะ เปิดเนต เล่นเอมแทน [พูดเหมือนกำลังทำวิจัยอยู่ ข้าพเจ้าเองก็ไม่ได้ทำตัวเป็นประโยชน์มากกว่า พวกมันซักเท่าไหร่] ใช้เวลาสิ้นเปลืองจนครบสามชั่วโมงจนได้นั้นแหละ ตอนนี้ญาติ ของพวกโฮสก็แห่มากันครบแล้วหละ คาดว่า ประมาณ เกือบๆยี่สิบคนเท่าที่นับได้นะ ทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งตาตารอไก่กระเทียม ของเรามาก เรานิเสียความมั่นใจในตัวเองอย่างสูงสุด คือเมื่อวาน แม่โฮสตั้งความหวังให้เราทำอาหารให้เขากินกันมาก เราก็เอาวะเทน้ำมันตั้งไฟ แล้วโยนไก่ลงไป ฟรุ้มม!! เสียงน้ำมันที่เดือดพล่านกับไก่หมักแบรนด์ซุปไก่สกัดสูตรเข้มข้น สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกฝรั่งมาก เรานี่ทอดไก่ไป น้ำตาร่วงไป คือเหม็นมาก เหม็นกลิ่น ซุปไก่ผงโคตร ผัดๆทอด จนมันเสร์จแล้วก็โยนลงไปในจานพร้อมเสริฟ์ ส่วนอาหารที่โฮสทำเนี่ย ก็มี ไก่งวงอบ มันฝรั่งบดกะเกรวี่ มันฝรั่งหวานโปะมาร์ชเมลโลว์ แล้วก็ขนมอีกสองสามอย่าง ทำเราอ้วกไปอย่างนึง ก่อนจะกิน เขาก็มีสวดมนต์กันก่อน แล้วก็เริ่มกิน เราเนี่ยใจเสียมาก คือตอนเราชิมไก่เนี่ย แทบจะอวก กลิ่นแรงแสบจมูกเข้าทรวงมาก เราก็ตักกินทุกอย่างเลย นอกจากไก่ตัวเอง สักพักโฮสถึงกับอุทานว่า ไก่ที่ลิปทอดเนี่ย อร่อยโคตรๆๆ ลิปนี่เครียดหนัก อย่ามากดดันกูเล้ยย กุรู้ว่ามันรสอุบาทว์ สรุปว่า ไก่มันอร่อยสำหรับมันโคตรๆจริงๆ มันกินกันซะหมดเลย [ขอให้ท้องไม่เสียนะ เศร้า] กลับมาที่ขนมที่ทำเราเกือบสำรอกก่อน มันคือครีมรสมะนาวมิ้นท์ มันน่าแปลก จริงๆเราชอบมะนาวมิ้นท์มาก แต่ไอสิ่งที่ ทำให้เราอ้วกคือ ส่วนผสมพิเศษที่มันเติมลงไปต่างหาก คือมันผสมซาลาลี่สับ กับ ผักอะไรไม่รู้ลงไปด้วย กลิ่นแม่งอย่างกะ ตั้งฉ่าย กัดไปคำแรกเกือบสิ้นใจ ต้องแอบโยนลงถังขยะ สำหรับท่านที่อดทนอ่านของเราบลอคของเราจนจบแล้วอาจจะเริ่มมีความรู้สึกว่ากูเสียเวลาอีกแล้ว เอาอะไรมาให้กุอ่านเยอะแยะกุ เหนื่อย อีกอย่างที่มึงพิมพ์มาเนี่ยก็ไม่ได้ฮอตฮิตอะไรเลย กูไม่รู้ว่ากูว่ารู้เรื่องที่มึงพิมพ์มาแล้วจะเอาไปประดับสมองส่วนไหนได้มั่ง แหม่ท่านอย่าพึ่งผิดหวังเลย [คือจริงๆเราก็รู้อยู่แก่ใจว่า มันฮอตตรงไหนเหมือนกัน] เรามีความรู้ฮอตๆให้แน่ๆ ขอเป็นบลอคหน้าละกัน[คาดว่าซ้ำรอยเเน่ๆ] ตอนนี้มึนหัวมาก ตีหนึ่งกว่า แล้วง่วงโคตร ไว้วันหลังถ้ามีอารมณ์แนวว่าว่างจัดอีก จะมาพิมพ์เรื่องไร้สาระเปี่ยมคุณค่าให้อ่านกันอีก
***รักป่าป้า ม่าม้า ที่สุดในโลก รักเจ้จิ๊บ เจ่ฟ่าที่สุดในโลก ญาติโกโหติกา เพื่อนสนิทมิตรสหาย และอื่นๆๆ ด้วยนะครับ*** **ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์มานั่งอ่านบลอคของเราจนจบครับ** *เม้นให้ด้วนะเออ " คำคอมเม้น คือคำที่ให้กำลังใจระดับโคตรโคตรแก่คนเขียนบลอค" * 11月23日 ไม่นับเป็นบลอค อัพเดท เฉพาะกิจอันนี้อัพเฉพาะกิจ เนื่องจากความรำคาญอยาก ระบาย
เพราะฉะนั้นนั้น สำหรับทุกท่าน ที่หวังจะมาหาองค์ความรู้อย่าหวังว่ามันจะมีสาระให้อ่านเลย
ปกติมันมีสาระให้อ่านกันด้วยหรอวะฮะ
ตอนนี้เปนเวลา ห้าทุ่มครึ่ง วันที่ ยี่สิบสาม พฤษจิกายนคือไม่ได้จะแนวอะไรมากมายแค่อยากจะบอกว่าตอนนี้มันมากดึกแล้วงา
ซึ่งโฮสได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา ทั้งบ้านมันชอบดู Looney Tunesมาก ซึ่งนอกจากจะละลานหัวเราะด้วยความตลกสะใจที่
การ์ตูนมอบมาให้อย่างบรรจงแล้วได้อย่างดังมาก เนื่องจากมุขสุดสร้างสรรค์สไตล์ กระต่ายโป๊ชอบหลอกเป็ดกับเป็ดโง่ที่ชอบให้กระต่ายหลอกเล่นเป็นกิจ
ลักษณะ กับอีกเรื่องคือเรื่องนกกระจอกสีเหลืองที่ชอบสร้างปํญหาให้แมวดำกับเเมวดำที่ไม่รูจักพัฒนาความฉลาดให้ตัวเอง คือเราเข้าใจอ่ะนะว่า
ชอบดู กันมากก แต่ข้าพเจ้าสงสาร ย่า กับ ตา ที่เพิ่งย้ายมานอนที่บ้านของโฮส จากต่างจังหวัด คืออยากจะบอกว่าเขาแก่โคตรขับรถมา แปดชั่วโมง
แล้วมันดึกแล้ว จะนอนก็นอนไม่ได้ เพราะขำกันซะ เรานะฟังเพลง เสียงทีวีก็ว่าดังแล้วนะ แต่เสียงขำของพวกมันเนี่ยดังกว่าเพลงเรากับเสียงทีวีรวมกันซะ
อีก [ข้าพเจ้ามารยาทดีงาเอาหูฟังมายัด ไม่ได้เปิดทางลำโพงหรอกนะ]เครียดเเทน สงสาร ตา ยาย มาก
เรื่องที่สอง อันนี้อยากจะด่ามากแม่ง ขอบอกว่าลิปเก็บกดมากกะไอเรื่องเวรตะไลพวกนี้ คือข้าพเจ้าหนะเครียดมากกะไอพวกลูกเวรตะไล
เกี่ยวกับการตอบสนองกับพ่อแม่ของมัน ซึ่งเป็นอะไรที่ห่วยมาก คือลิปอยากจะบอกว่า ไอคนที่พวรเวรตะไลพวกนี้ทำน้ำเสียงไม่พอใจใส่ ทำหน้าเซงใส่เนี่ย
มันคือพ่อแม่ของพวกเวรพวกนี้ ไม่ใช่มหาหรือแมวที่คิดอยากจะขึ้นเสียง ทำหน้ากวนส้นได้ คือตัวลิปเองเนี่ยอยากส่งไอเด็กเวรพวกนี้มารับการอบรมคอร์ส
พิเศษกับแม่ลิปจริงๆ จะได้รูว่าพ่อแม่ของพวกเวรพวกนี้นะใจเยนและอดทนมากแค่ไหน ----ข้าพเจ้าเป็นเอามากป่ะเนี่ย เครียด----
***ถึงคอมเม้นของนาย สอ-อิ-นอ ถึงเรื่องโฮสแช่เเข็ง ในเอนทรี่ที่แล้วอ่ะ ทายได้เกือบถูกแล้ววะ สุดยออดด
*รักป่าป้า ม่าม้าที่สุดในโลกเลยนะ เจ้จิ๊บ เจ้ฟ่า ก็ร้ากที่สุดในโลกเหมือนกัน สหาย ญาติมิตรก็ยังร้ากที่สุดในโลก** มันยังใช่ไม่เรื่องโฮสแช่เเข็งนะ เอาเรื่องอื่นมาก่อนมันยังไม่ใช่เรื่องโฮสแช่เเข็งนะ เอาเรื่องอื่นมาเล่าก่อน
*โฮสแช่เเข็ง โฮสแช่ใคร หึหึ ยังไม่เล่าหรอก จะเอาเรื่องเด็ดมาเล่าให้กันง่ายๆได้อย่างไร เราได้เกริ่นไว้ในตอนที่แล้วเกี่ยวกะไอโฮสแช่เเข็ง
เราจะเล่าเรื่องที่ใครที่ได้อ่านและเอาไปประดับความรู้เปนมวลทรัพยากรทางปัญญาแล้วจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "รกสมองกูจริงๆ นั่งพิมพ์อะไรเปลืองพลังงาน"
แหม่ตอนนี้มันถึงสัปดาห์เทศกาลสุด ฮอท ที่เรียกกันว่า Thanks Giving
เพราะฉะนั้นเราก็จะถือโอกาสนำเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ไอ Thanks Giving ว่า มันคืออะไร
เทศการ Thanks Giving คือวันที่เขาฉลอง เพื่อที่จะขอบคุน [โดยตามหลักวัฒนธรรมแล้ว คือ พระเจ้า] ซึ่งไอวันขอบคุณพระเจ้าเนี่ยมันจะใกล้กับ ฤดู
การเก็บเกี่ยว ในประเทศอังกฤษ[มันมีเวลาไปปลูกต้นไม้ด้วยเหรอวะเนี่ย เห็นวันวันทำแต่สงครามล่าอาณานิคม] ที่อังกฤษเขาจะทำจัดเทศกาลนี้ ทุกพฤหัสบดีที่
สี่ ของเดือนพฤษจิกายน. ส่วนใน แคนนาดา เขาจะฉลองกัน ทุกวันจันทร์ที่สองของเดือน ตุลาคม ในประเทศอังกฤษวันขอบคุณพระเจ้า มีชื่ออีกชื่อ
นึงเรียกกันว่า "Harvest festival" [เทศกาลเก็บเกี่ยวนั้นเอง] โดยทางโบสถ์จะเป็นผู้เตรียมงาน ซึงในอดีตจะลากยาว จัดมันทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เรื่มเก็บเกี่ยว
ไปจนถึง หมดฤดูกันเลยทีเดียว แต่อย่าพึ่งคิดว่าเทศกาลนี้มันจะเด่นดังรูจักกันแพร่หลาย ตั้งแต่เริ่มแรกนะนะเพราะว่า มันไม่ใช่เทศกาลสำคัญ หรือเทศกาลหลัก
แบบ คริสมาสต์ หรือ เทศกาล อีสเตอร์[เทศการเกบใข่สายรุ้งนั้นเอง] แต่มันมาดังเอาตูมตาม โดนตอนเหนือของอเมริกาเขาเอาเทศกาลนี้มาจัดกันทุกปีแล้วมัน
ก็ขยายไปเรื่อย จนจัดกันทั่วประเทศนั้นแหละ [อเมริกานอกจากจะผลิตหลอดไฟแล้ว ยังมอบวันหยุดระดับ หนึ่งวันเต็มให้อีกด้วย สุดยอดไปเลย]
แหง๋อยู่แล้วหละ เทศกาลไรไม่รู้ ได้หยุดเรียน ได้หยุดงานด้วย เปนใครก็สนันสนุนให้จัด ฮะฮะ จนปัจจุบันก็เปนเทศกาลสำคัญเทศกาลหนึ่ง
อย่าพึ่งคิดว่าไอลิปนี่มันฉลาดล้น คือข้าพเจ้านึกครึ้มอยากรู้ว่าไอเทศกาลที่มันเอาไก่งวงมาอบยัดไส้เนี่ย มันมีที่มากันยังไง ข้าพเจ้าเลยไปค้นคว้าหาข้อมูลมา
อย่างยากลำบาก [ตรงไหนวะ กด กูเกิลแล้วไปดูดมาเนี่ย] ข้าพเจ้าไม่ได้มักง่ายขนาดนั้น เราต้องดูดมาเป็นเวอร์ชั่นอังกฤษก่อนแล้วมาแปลให้อ่านกันสิ ไม่งั้น
เสียชื่อฮา
**ถ้าใครอยากรูเกี่ยวกับเทศกาลนี้อย่างละเอียดก็แปลกันต่อ เพราะลิปขี้เกยีจแปลต่อและ ที่ลิงค์นี้เลย http://en.wikipedia.org/wiki/Thanks_Giving
**รักครอบครัวป่าป้า ม่าม้า เจ้จิ๊บ เจ้ฟ่า ที่สุดในโลกเลยนะคร้าบ รัก เหล่า สหาย ญาติ มิตร เพื่อน ที่สุดในโลกเหมือนกัน และจะรักมากขึ้นไปเรื่อยๆ
ปล.ใข่ มันสะกดด้วย ไ- หรือ ใ- อ่ะ ถ้ารูแล้วมาบอกด้วยนะ แล้วจะมาแก้ โชว์โง่อีกงา คำ คือมันเป็นศัพท์ระดับขุนนางเขาใช้กันนะ เลยสะกดไม่ถูก เครียด 11月22日 อัพเดทครับ มาเล่าเบื้องหลังชีวิตในต่างทวีปอัพเดทครับ มาเล่าเบื้องหลังชีวิตในต่างทวีป เวอร์ชั่น เครียดเซง
กลับมาอัพเดทเล่าเรื่องติดลบกับชีวิตตัวเองมั้งและ เล่าแต่เรื่องชีวิตมีสีสัน เอาหละ เราจะมาเล่าเรื่อง ขาวดำมั้งและ
ถึงทุกท่านถ้ายังไม่ได้อ่านตอนที่แล้ว แนะนำว่ากลับไปอ่านตอนที่แล้วก่อนนะคร้าบ มีเช่นนั้นจะอ่านกันไม่รูเรื่อง ฮะฮะ
เฮ้ออ จะเล่าแล้วเราก็เริ่มเซงๆเหมือนกันน้า
ตอนที่เรามาถึงที่นี่แรกๆอ่ะหนะ เรานะเศร้ามากเลยหละ เพราะว่า เราไม่รูว่าจะไปคุยยังไง เราไม่รูว่าคนที่นี่มันเปนกันยังไง
ถึงกับ เหี้ยนกันไปข้างนึงเลย แล้วเราก็เริ่มตั้งสติได้ว่าเห้ยเราเปนอะไรวะ ทำไมไม่ขี้โม้เลย เราก็ตั้งสติกล้าๆเข้าไว้เพื่อที่จะไปขี้โม้นั้นแหละ ผลสนองกลับมาว่า
มันไม่ได้สนใจเราเลย เครียดมากอดทนกันมากๆ และแล้วว ก็มีคนมาคุยกับเราด้วยแหละ คอร์ทนี่ย์ เมอริล อยากจะรู้จักรึเปล่าหละฮะฮะ ไม่มีพลาด
ติดลงสมุดเสริมไดอารี่ไปแล้ว เรานะกล้ำกลืนเครียดเซงอยู่ตั้งสามอาทิตย์แหนะ เหงามากยอมรับ มีอยู่วันนึงเราก็ มาดูตัวเพื่อค้นหาข้อพลาด
แล้วเราก็ค้นพบข้อพลาดอันใหญ่หลวงที่เราคิดว่าเพลาดไปได้ยังไงคือ การไปเปิดตัวให้ถูกเพราะว่า
คนที่นี่มันไม่มีใครรู้หรอกว่าเราเปนนักเรียนแลกเปลี่ยนถ้าแค่มองผ่านๆ แหง่อ่ะเดะ คนเอเซียอเมริกันที่นี่เยอะมาก เราต้องไป
เปิดตัว ไปเปิดตัวสิฮะฮะ แรกๆเรายังไม่ได้เปืดตัวเก่งขนาดนั้นหรอกนะ ยังรวบรวมความสามารถอยู่เปนอาทิตย์ระหว่างนั้น เราใช้ชีวิตให้รอดไปวันๆกะไอรถโรงง
เรียนนี่แหละ ทำไมหนะหลอ ฮะฮะ อ่านตอนที่แล้ว แล้วจะได้คำตอบฮะฮะ ขี้เกียจจะพิม
จนมีอยู่วันนึงเราเดินสวนกะเคย์ดี้ เราก็ไปนั่งเล่นกะเทอกินข้าวกลางวันะกลุ่มเทอแล้วเทอก็ชวนเรามานั่งกินกะเทอทุกวันนั้นแหละ
เรานะใจชื้นเลยนึกว่าชาตินี่จะต้องนั่งกินข้าวกะลูกโฮสตลอดปีซะและ สักวันจะตอบแทนฮะฮะ สักวันจะตอบแทน
จนเราเริ่มไปเปิดตัวนั้นแหละ [อะไรมึงปกติอยู่เมืองไทยพูดน้ำไหลไฟดับแล้วมาที่เงียบเงียบใบ้รับประทานซะงั้น] เราก็ไปเริ่มเปิดตัว ขี้โม้ว่าเรามาแลกปลี่ยนเท่า
นั้นแหละชีวิตผลิกฟ้าดินเลย คนเริ่มสนใจในตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ เราก็ใช้มุขนี้ไปเรื่อยๆอ่ะแหละ ผนวกกับ ใช้ สมุดน้องควาย ใครจำสมุดน้องควายได้มั้ง มันคือ
ไอสมุดแป๊ะรูปที่เราไปเที่ยววัดพระแก้วนั้นแหละที่กาแฟมาสายนะ ฮะฮะ ยังไม่เลิกย้อนรอยหาตะเข็บ อ่ะล้อเล่นฮะฮะ เราก็เริ่มทำคะแนนสะสมมาเรื่อยๆๆ จนมี
อยู่วันนึงเราวาดรูปเล่นอยู๋คนเดียวแบบเซงจนเกือบจะตายก็มีคนมาดูรูปเราแล้วแบบว่าชอบมาก ขอเกบไปดูเล่นเลย หลังๆก็เริ่มมีคนมาขอรูปที่เราวาดเล่นมั่ง เขี่ย
มั้ง ไปเกบไว้ในแฟ้มส่วนตัวซะงั้น หลังๆเริ่มมีรีเควสแบบว่า วาดรูปเราหน่อยน้า แบบนี้ด้วยแหละ ฮา แหม่ไอความสามารถเพี้ยนๆใช้หากินได้ด้วยนะเนี่ย เราก็ งง
ฮะฮะ แอบดีใจไม่ช่น้อยนะนั้น จนเราเริ่มรูสึกว่า มาไม่ลองไม่รู้ จะลองไกวเปลดู เวิร์ควะเวิร์ค ฮะฮะ เราเริ่ม
ออกงานสังคมมากขึ้น งานสังคมอะไรของมึง จิงๆมันก็ไอพวกงานคอนเสิร์ตร้องเพลงธรรมดานั้นแหละ เราเริ่มเข้าใจคนที่นี่มากขึ้น ปกติเวลาในคาบนี่มันไม่รูจัก
เราเลย เเต่เวลาเจอกันนอกสถานที่นี่ ก็เปนพวกสร้างสรรค์เหมือนกัน
เพราะว่าตอนเราเรียนหนะแต่ละคนหน้าตายกันมากๆ เรามีความคิดติดลบตลอดเลย แต่พอได้มาเปนเพื่อนด้วย มันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น
หรอก แต่จะไปเทียบเพื่อนที่เมืองไทยได้ยังไง กลับมาที่การไกวเปล ปัจจุบันเราก็ยังใช้มุขน้อยควายกับไกวเปลหากินอยู่เรื่อยไป ฮา พิมพ์อะไรซะเครียดเชียว
ไว้คราวหน้าจะมาพิมพ์เรื่องเหี้ยนๆเกี่ยวกับโฮสแช่เเข็ง
*****รักป่าป้าม่าม้าที่สุดในโลกเลยนะคร้าบ เจ้จิ้บเจ้ฟ่าก็รับที่สุดในโลก ญาติก็ยังรักที่สุดในโลก เพื่อน สหาย ก็รักที่สุดในโลก****
เยลเอ้ยย คิดถึงมึงนะ มึงนะปอกกี้กูหละแสกกก หายไปเลย กูรอมึงอัพเดทภาพในเวปแอปเปิ้ลอยู่นะ กูอุส่าตั้งในทำรูปสุดความสามารถให้มึงเลยนะ เพื่อจะเอาไปลงเวบ
ปล.อยากถีบลูกโฮสมาก ตอนจะกลับไปเมืองไทนกะว่าจะถีบสักพวกมันสักคนละ เจ็ดถึงแปดที แล้วหายหัวหนีขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทย ตามกุมาสิ ตามมาสิ ฮะฮะ
11月21日 ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว กลับมารื้อบ้านพิมใหม่อีกรอบหลังจากที่ทิ้งสเปซไปสี่ชาติเศษข้าพเจ้าอยากจะบอกว่า "ข้าพเจ้ากลับมาแล้ว"
กลับมาแล้ว เนื่องจากได้แรงบัดดาลใจจากนิกที่เพิ่งได้รับความเศราใจอย่างโหมกระหน่ำ[อยากรู้ว่าอะไรโหมกระหน่ำ ทักมา ถามมา ] ทำให้กูมีความคิดที่จะมา
พิม สเปซใหม่ สุดยอดไปเลย เลวจริงๆ คนอื่นเศร้า แล้วมาพิมพ์สเปซเนี่ยนะ
เอายังไงดีหละ จะมาเล่าตั้งกะแต่เรื่องเวรๆ ถึงเรื่อง สุดฮอต
เรื่องเวร ไป จนถึง เรื่อง สุด ฮอต
เรามาที่เมกาแรกๆนะ เเทบจะสิ้นใจ มาถึงแล้วทำใจไม่ได้ จะกลับบ้านเว้ย เครียดๆๆ เซงงง คือเรามาถึงวันแรกนะ ง่วงจะตายอยู่แล้ว
กะว่าถึงสนามบินจะทำตัวแบบว่านอนตายคาสนามบิน แต่คิดได้อีกทีว่า ยังอยากมีชีวิตที่นี้ต่อไปเลย แหกตา แบกกระเป๋าตามหาโฮส เจอโฮส ก็ กลับไปบ้าน
กิน เวนดี้ เอาเหอะขี้เกียจฟื้นผอยหาตะเขบ เอาเปนว่ามาแรกๆเราไม่รู้จักใครเลย เศร้ามาก ไม่มีใครให้ขี้โม้ ไม่มีใครให้ มั่วด้วย [เอะยังไง] แต่อย่างน้อย
เราก็ค้นพบว่า รถโรงเรียนเปนอะไรที่สนุกมากในช่วงนั้น เราไป มีความสุขในรถโรงเรียนได้ยังไง เหอเหอ สงสัยเพราะว่า เดกบนรถโรงเรียนที่นี่มันสนใจในตัว
เรามากก แหมคนมาชวนคุยทั้งที เราก็รั่วไปเยอะเหมือนกันฮะฮะ
เราก็หน้าด้านหน้าทนจนมาถึงอาทิตย์ที่สามที่สี่ เราเริ่มมีคนรู้จัก เริ่มแก่กล้าแต่ยังไม่มากหรอก เพราะยังมีความเหนียมอาย แบบไทยๆ
ไรวะเนี่ย แดะจริง เราก็เรียน เรียน เซง เซง ไร้สหายอยู่นั้นแหละ จริงก็เล่นตัวด้วยแหละ มีชาวบ้านชาวเมืองชวนไป แต่ไม่ไปเพราะไม่อยากรูจักไอพวกบาง
ตัวนี้ เล่นตัวจริงๆเหอเหอคือถ้ามาพบเหน "ไอพวกบางตัวที่ว่า" จะไม่อยากไปรู้จักด้วยเช่นเดียวกับที่เรารู้สึกจนเดือนเเรกผ่านไปเท่านั้นแหละ มันก็ไม่ได้มีไร
เกิดขึ้นมากหรอก แต่ก็สร้างเพื่อนไปเรื่อยๆ ผสมผสานกับความสามารถการ"ไกวเปล" ไกวเปลคืออะไรหนะหรอ ทักมา ถามมา ฮะฮะหรือจะไปหา องค์ความรู้
เรื่องการไกวเปล ที่หนังสือ สปช [สร้างเสริมประสบการ์ณบางชนิด]ของค่าย a day book พูดอย่างกะได้ค่านายหน้า
กลับมาที่เรื่องการไกวเปล คือเรายังไม่เก่งภาษาอังกฤษหนะนะ เลยไกวเปลได้ไม่โหดเท่าที่เมืองไทย เราก็ไปกินข้าวกะครโน่นที คนนี้ที
อย่างไม่มีหลักไม่มีลอย แต่จริงๆเราก็มีหลักของเรานะ เรามีกลุ่มเปนของตัวเอง รักมาก เทอชื่อว่า เคย์ดี้ เรามี ออร่าจับได้ว่า เทอเปนคนที่มีจิตใจงามที่สุดใน
โรงเรียน ทำไมหนะหรอ ไม่รู้สิวะ ถึงแม้เทออาจจะ แปลกประหลาดในบางเรื่อง แต่เรื่องจิตใจนี่ชนะขาดหวะ จนเข้าเดือนที่สองเท่านั้นแหละ เริ่มจับจิตได้ว่ามี
คนรู้จักเรามากมายแล้ว วะฮะฮะ เปนไปได้ยังไง เปนไปได้ยังไง เราเล่นตัวจะตาย
เราชอบวิชาอังกฤษมาก เราเริ่มมีวิชาไกลเปล เวอร์ชั่น ภาอังกฤษ จนแก่กล้าพอสมควรแล้ว จิงใช้วิชาไกลเปล หาสหาย มากมาย จนตอนนี้
แรดมาก พนันเลยว่า ถ้าเราเดินที่โรงเรียน เดินให้ทั่ว แล้วไม่มีคนทักนะ ให้ ถีบเลยเอ้า เราเริ่มหัดไกลเปลที่วิชาจิตวิทยาก่อน สร้างสรรค์จริงๆ เล่าเรื่องโฮสเรา
เผาคนใกล้ตัวนี่แหละสนุก ฮะฮะ คนในห้อง ชอบมาก ฮะฮะ ผนวกกับความสามารถวาดรูปงี่เง่า [ถึงเพื่อนที่เมืองไทย ซึ่งหลายคนอาจจะเริ่มเอือมกับรูปที่
เราวาด เพราะแม่งวาดละลานตัวเองไม่พอ ดัน แดะละลานขโมยเอากระดาษชาวบ้านไปวาดรูปอีก] คนที่นี้ชอบรูปที่เราวาดมาก ตอนนี้เริ่มมีลิขสิทธิภาพของตัว
เอง เกลื่อนแฟ้มชาวบ้านไปหมด คนที่นี้จะมีแฟ้มเล็ฏขนาดพกพา เพราะว่าต้องวิ่งหาห้องเรียนกันเอง ลายละเอียดไปหากันเอง ไม่ใช่และ ถามเรามาในเอมนั้น
แหละ ขี้เกียจพิมพ์ คนที่นี่ชอบตัวหนังสือภาษาไทยมาก ถึงขั้น เอาไปอวดชาวบ้าน อยากจะบอกว่าอายมาก เพราะชื่อของพวกสู บางคนหนะ ข้าพเจ้าเองยัง
สะกดไม่ได้เลย ก็มั่วพิมแบบอ่านเขียนสะกดประถมต้นไปก่อน ไอตอนเขียนหนะไม่เท่าไรห่หรอก ตอนมันเอาไปอวดชาวบ้านเนี่ยเราหละเครียดเลย เราเริ่มการ
ไกวเปลที่วิชาภาษาอังกฤษต่อ เวิร์ควะเวิร์ค ตอนนี้เราแอบอยู่ในขั้น มีคนรู้จักมากมายพอสมควรเชียวหละ บางทีเราถึงกะตัวลอยเลยนา มีไอพวกบางตัวมาทัก
เราแล้วเราไม่รูจักเนี่ย แหม่ ไปแอบ ติดโปสเตอร์หน้าเราที่บ้านและชื่นชมหละสิ ฮะฮะ หลงตัวเองฉิบหายเลย เราก็ถามเทอไปว่า รู้จักเราได้ยังไง เทอก็ตอบ
กลับมาว่า มีคนคุยเกี่ยวกับเรื่องของเราในวิชาที่เทอเรียนอยู่ แสดงว่าเทอนี่ไปแอบฟังคนอื่นพูดตลอดเลยใช่มะเนี่ย ฮะฮะ เราก็ ภูมิใจสิ ฮา มีคนไปแอบตั้งกลุ่ม
คุยกะเรื่องของเรา แต่กำลังรู้สึกเวรๆว่าแล้วมันคุยเรื่องไรวะ แต่เอาเหอะมีคนสนใจดีกว่าไม่มีใครสนใจเลยใช่มะ
เอาหละ จบเรื่องการใช้ชีวิตสังคมแล้วกลับมาเรื่องที่สำคัญที่ไม่น้อยไปกว่ากัน
เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับชีวิตลิปนันท์นอกจากครอบครัวสหายคืออะไร ตอบไม่ได้เลิกคบ
ก นอน
ข เล่น
ค กิน
ง ขี้โม้
จ มึงอย่ามาไร้สาระจะได้ไหม
แท่นแท้นน เรื่องกินนั้นเอง
เรามาที่นี่เราได้พบความจริงอันเป็นที่หนี่งอยู่เรื่องนึงคือโดนัท "Krispy Kreme" เปนดดนัท ที่จะอร่อยเข้าขั้นบรรลุจุติกันเลยทีเดียว แนะนำว่า ให้ซื้อเวลามันอบมาใหม่ๆ มันจะนุ่มแต่แอบหนาในเวลาเดียว เคลือบกะ น้ำตาล จากไร้บ้านนอกของมันเอง โคตระตระตระตระ อร่อย ซ๊เรียสหวะ
***รักป่าป้า ม่าม้า ที่สุดในโลกเลยนะครับ เจ้จิ๊บ เจ้ฟ่า รักที่สุดในโลกอีกเหมือนกัน ย่า ตา ยาย ญาติมิตร ที่สุดในโลกอีกเหมือนกัน สหาย เพื่อน รัก น่ารักน่าถีบ ทุกคน กูก็รักที่สุดในโลกเหมือนกันน้า
และที่ขาดไม่ได้เลย คือพวกท่านๆๆๆที่มานั่งอ่านไงล้า อิจฉาหละสิ ฮะฮะ
ไว้จะมาพิมพ์เรื่อง ไร้สาระแค่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าอีก
|
|
|